เว็บไซด์  บทความ  กระทู้   

พระราชพิธีสงกรานต์

 

สังคมไทยแต่โบราณมีวิธีนับวันเดือนปีทางจันทรคติ การเปลี่ยนศักราชในแต่ละปี จึงถือวันที่พระอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีเมษราวกลางเดือนเมษายนเป็นวันปีใหม่หรือวันเถลิงศก มีประเพณีปฏิบัติเนื่องด้วยความรื่นเริงยินดีทั้งในส่วนของราษฎรและของหลวงเรียกว่า พิธีสงกรานต์

พิธีสงกรานต์ในส่วนที่เป็นพระราชพิธีในสมัยอยุธยามีพระราชพิธีเผด็จศกหรือพิธีตรุษ สิ้นปีท้ายปีเก่าต่อกับพิธีสงกรานต์ หรือพระราชพิธีเถลิงศกคู่กัน รวม ๓ วัน เมื่อถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เรียกพระราชพิธีนี้ว่า "การพระราชกุศลสงกรานต์" การพระราชพิธีสงกรานต์ในการเถลิงศกนี้ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดธรรมเนียมปฏิบัติเป็นแบบแผนเพิ่มขึ้น คือ แต่เดิมมีพิธีเสกน้ำสรงมุรธาภิเษก ก่อพระเจดีย์ทราย ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงถวายไตรจีวร และภัตตาหารเพล แก่พระสงฆ์ซึ่งมักเป็นข้าวแช่ตามเทศกาล ส่วนธรรมเนียมที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เพิ่มขึ้นใหม่ คือ การสรงน้ำพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรและสมโภชเวียนเทียน ทรงสดัปกรณ์พระอัฐิ เจ้านายในหอพระนาก ทรงสรงน้ำและทรงสักการะพระพุทธปฏิมาที่หอพระราชกรมานุสร หอพระราชพงศานุสร พระวิหารยอด ต้นนิโครธ ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ในสมัยรัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รวมพระราชพิธีซึ่งจัดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันไว้ในคราวเดียวกัน และกำหนดให้วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันเถลิงศกตามที่เปลี่ยนแปลงมาแต่ในสมัยรัชกาลที่ ๕

ในรัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการพระราชพิธีสงกรานต์ให้เหมาะสมกับกาลสมัย แต่ยังคงรักษาความสำคัญของราชประเพณีโบราณอันดีงามไว้โดยครบถ้วน

ในระยะแรกมีกำหนดทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตั้งแต่วันที่ ๑๓ ถึงวันที่ ๑๖ เมษายน รวม ๔ วัน ปัจจุบันทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รวมพระราชพิธีเข้าไว้ด้วยกันสำหรับปฏิบัติพระราชกิจ ในวันที่ ๑๕ เมษายนเพียงวันเดียว ณ พระมหามณเฑียรในพระบรมมหาราชวังทรงสรงน้ำพระพุทธรูปสำคัญ ณ หอพระสุลาลัยพิมาน ทรงบูชาพระสยามเทวาธิราช ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณทรงสักการะและทรงสรงน้ำพระบรมอัฐิซึ่งประดิษฐานในหอพระธาตุมณเทียร แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปถวายบังคมและทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชบูรพการี ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

ต่อมาตอนบ่ายทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม คือ ทรงพระราชอุทิศเครื่องราชสักการะพระราชทานให้กระทรวงมหาดไทยเชิญไปถวายเป็นพุทธบูชา ณ เจดียสถานต่าง ๆ ทรงพระสุหร่ายสรงน้ำพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธรูปฉลองพระองค์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระพุทธเลิศหล้านภาลัย แล้วเสด็จไปสรงน้ำปูชนียวัตถุพุทธเจดีย์สถานสำคัญในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทรงสักการะ และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระอัฐิสมเด็จพระบวรราชเจ้า พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในหอพระนาก เป็นเสร็จการพระราชพิธี

แหล่งข้อมูล

สำนักงานส่งเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ

 

อ่าน:  1,464